ศาสตร์และศิลปที่หลากหลาย
คำว่า wushu วูซู นี้ หรือที่เราเข้าใจในความหมายว่า มวยจีน ซึ่งหมายถึง มวยที่ร่ายรำแบบรวดเร็วว่องไว หรือมวยที่ช้า เช่นไท๋เก็ก และยังรวมถึงการร่าย รำประกอบอาวุธ ถ้าจะแบ่งตามการแข่งขั้นที่ สมาคมสหพันธ์วูซูแห่งประเทศไทย ได้แบ่งไว้ ก็สามารถแบบได้เป็น ประเภทยุทธลีลามือเปล่า ก็เช่น มวยยาว(ฉางฉวน) มวยสั้น(หนานฉวน ) และยุทธลีลาประกอบอาวุธ เช่น รำดาบ (เตาซู่) รำกระบี่ (เจี้ยนซู่) รำกระบอง(กุ้นซู่) รำทวน(เชียงซู่) ที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนี้จะจัดอยู่ในประเภทการร่ายรำที่ รวดเร็วว่องไว เป็นมารตฐานของการแข่งขันวูซู และยังมีการร่ายรำแบบช้า นั่นก็คือไท๋เก็ก ที่เป็นมาตรฐานการแข่งขันก็มี รำมือเปล่า ไท๋เก็ก 42 , รำประกอบอาวุธ กระบี่ไท๋เก็ก 42 นอกเหนือที่กล่าวมา ทางสมาคม ยังมีการจัดให้แข่งประเภทสาธิต ซึ่งตรงนี้จะเป็นการแข่งขันที่มีหลากหลายแยกเป็นประกอบอาวุธและมือเปล่า แต่ละคนที่ลงแข่งจะมีวิชาที่ ดูแปลกตา อาจจะเหมือนกัน หรือต่างกัน แล้วแต่ว่าแต่ละคนที่ แข่งขันร่ำเรียนมาอย่างไร เรียกได้ว่าในส่วนของการสาธิตใครมีอะไรดี ๆ ก็นำออกมาแสดง

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการร่ายรำแบบรวดเร็ว หรือแบบช้า ล้วนแล้วมีประโยชน์ วิชาเหล่านี้ถือได้ว่าเป็นทั้งศาสตร์ และศิลป

ศาสตร์ คือ ระบบวิชาความรู้ มวยจีน มวยไทย หรือวิชาการต่อสู้แขนงต่าง ๆ ถือได้ว่าเป็นวิชาที่มีคุณค่ากับบุคคลที่ฝึกฝน และมีประโยชน์ ทั้งร่างกาย และจิตใจ
ศิลป คือ ฝีมือ, ฝีมือทางการช่าง, การแสดงออกซึ่งอารมณ์สะเทือนใจให้ประจักษ์เห็น โดยเฉพาะหมายถึง วิจิตรศิลป์ การรำประจำชาติ ของชนชาติต่าง ๆ ทั่วโลกถือว่าเป็นศิลปประจำชาติอย่างหนึ่ง ศิลปนั้นให้ทั้งความสวยงาม และความเพลิดเพลินสบายใจ การรำมวยจีน มวยไท๋เก็ก ก็เช่นกัน ถือได้ว่าให้ทั้งความ สวยงามแก่ผู้ที่เห็น และให้สุขภาพที่ดี และความเบิกบานแก่ผู้ที่ฝึก จึงถือได้ว่า เป็นศิลป อย่างหนึ่ง..

วิชาการต่อสู้ของจีน มีหลากหลายสำนัก แค่เฉพาะไท๋เก็ก มีถึง 5 ตะกูลคือ เฉิน(Chen) หยาง(Yang) หวู่(Whu) ซุน(Sun) หวู่ถัง(Wudung, บู๊ตึ๊ง ) มวยเร็ว เช่น เส้าหลิน ฉางฉวน หนานฉวน เหมยฮัว ปากั้ว สิ่นอี้ และอื่น ๆ อีกมากมาย ถ้าไปประเทศจีนคิดจะเรียน มีให้เรียนเยอะครับเรียนกันไม่หมดแน่เลย แต่ละวิชาก็จะมีจุดเด่นในตัวของมันเอง ทั้งหมดนี้ คือความหลากหลายที่นำมาเล่าสู่กันฟัง ซึ่งเป็นเพียงแค่น้อยนิดเท่านั้นครับ..